บทความสุขภาพ
มาร่วมเรียนรู้วิธีกัวซาที่ถูกต้องกันเถอะ!

มาร่วมเรียนรู้วิธีกัวซาที่ถูกต้องกันเถอะ!
 
          กัวซาเป็นศาสตร์ที่มีมานานกว่า 2,000 ปี เป็นวิชาหนึ่งในแพทย์แผนจีน ปัจจุบัน โรงพยาบาลในประเทศจีนเริ่มนำศาสตร์นี้มาเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผู้ป่วย ตามหลักทฤษฎีแล้ว วิชากัวซาเป็นศาสตร์ที่เรียนรู้ได้ง่าย ฝึกฝนได้ด้วยตนเอง เห็นผลเร็ว ปลอดภัย และไม่มีผลข้างเคียง แต่หากผู้ใช้กัวซาขาดความรู้และประสบการณ์ ศาสตร์กัวซานี้อาจมีผลข้างเคียงและทำให้ผู้ได้รับการกัวซาบาดเจ็บได้เช่นกัน
 
          หลักสำคัญการกัวซา 3 ประการ คือ

          1. ไม่ใช้เวลาในการกัวซานานเกินไปและแรงเกินไป

          เพราะอาจทำให้ผู้ได้รับการกัวซาเกิดอาการบาดเจ็บได้ โดยทั่วไปเรามักเข้าใจว่ากัวซาต้องให้เกิดซาถึงจะดี แต่ในความจริงแล้ว หากกัวซาประมาณ 1-2 นาที ไม่มีซาปรากฏ นั่นหมายถึง บริเวณตรงนั้นไม่มีซา แม้มีอาการปวดก็ตาม จึงไม่จำเป็นต้องออกแรงขูดให้มากขึ้น หรือพยายามขูดจนกว่าซาจะปรากฏ เพราะการที่เราออกแรงขูดกัวซามากเกินไป จะกลายเป็นทำให้ผู้ได้รับการกัวซาบาดเจ็บได้

          รอยซาที่เกิดขึ้นโดยปกติไม่ได้กระทบต่อเส้นเลือดทั่วไป แต่เกิดจากแรงขูดที่กดทับลงบนเส้นเลือดฝอย ในตำแหน่งที่มีของเสียสะสมอยู่ ไม่สามารถระบายออกได้ จนกลายเป็นพิษสะสม กีดขวางการลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารของเลือด ทำให้นำไปสู่อาการเจ็บป่วยต่างๆ ดังนั้น เมื่อกัวซาในตำแหน่งที่ติดขัด แรงกดจะทำให้เลือดที่คั่งค้างอยู่ซึมออกจากเส้นเลือดฝอย มาอยู่ระหว่างชั้นผิวหนังกับกล้ามเนื้อ ทำให้ปรากฏเป็นรอยแดง ซึ่งรอยแดงนี้จะช่วยลดอาการอุดตันในเส้นเลือดขนาดเล็กได้นั่นเอง ขณะเดียวกัน หากเราออกแรงขูดลงบนบริเวณที่ไม่มีรอยซา นั่นหมายถึง เรามีโอกาสไปขูดกระทบต่อเส้นเลือดฝอยที่เป็นปกติอยู่แล้วให้เกิดบาดแผล หรือแม้แต่การขูดที่แรงเกินไป อาจทำให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อช้ำระบมได้ ดังนั้น ภายหลังกัวซาไม่ควรมีเลือดออกหรือมีบาดแผล
 
          2. ไม่กัวซาจนปรากฏรอยซามากเกินไป

          การกัวซาควรให้เกิดซาประมาณ 80% เท่านั้น ไม่ควรให้ซาออกมาเยอะเกินไป เพราะอาจทำให้ผู้ได้รับการกัวซาบาดเจ็บได้ ส่วนในกรณี เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ซาออกมากี่% เรื่องนี้เราต้องอาศัยประสบการณ์และการสังเกตเป็นหลัก ดังนั้น สำหรับผู้ที่เพิ่งเรียนรู้วิธีกัวซา ควรกัวให้ซาออกมาน้อย หรือใช้วิธีการจำกัดเวลาเป็นตัวช่วย แม้อาจจะได้ผลไม่เต็มที่ แต่ปลอดภัยสำหรับผู้ได้รับการกัวซา จากนั้น จึงค่อยๆ สะสมประสบการณ์ เรียนรู้หลักการกัวซาเพิ่มเติม และใส่ใจสังเกตรอยซาที่ปรากฏ ต่อมาก็จะสามารถระบุได้เองว่าซามากหรือน้อยไป
 
          3. กัวซาเป็นวิธีดูแลตนเองตามอาการ ไม่ใช่การนวด ไม่จำเป็นต้องกัวซาทั้งตัว

          การกัวซาเป็นการดูแลตนเองตามอาการที่เป็น อาทิ ปวดไหล่ ควรกัวซาเฉพาะคอ บ่า ไหล่ ถึงแผ่นหลังส่วนบน เป็นต้น ไม่จำเป็นต้องกัวซาทั้งตัว เพราะการกัวซาทั้งตัว อาจทำให้ผู้ได้รับการกัวซารู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยหอบ เวียนหัว อาเจียน หรืออาจมีไข้ขึ้นตามมา อีกทั้งไม่ควรกัวซาโดยใช้เวลานานเป็นชั่วโมง หนึ่งครั้งไม่เกิน 30 นาที และกัวซาซ้ำเมื่อรอยซาจางหายไปแล้วเท่านั้น
 
          กฎข้อห้าม : ห้ามกัวซาในสตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคเลือด ผู้มีผิวแพ้ง่าย หรือบริเวณที่จะกัวซาเกิดบาดแผลภายนอกหรือแผลเปื่อยพุพอง ผู้ป่วยกระดูกหักที่ยังไม่ประสานกันดี ผู้ที่อยู่ในภาวะเมาสุรา หิวเกินไป อิ่มเกินไป กระหายน้ำ หรือร่างกายเหน็ดเหนื่อยเกินไป ผู้ป่วยโรคมะเร็ง  และควรกัวซาด้วยความระมัดระวังในผู้สูงอายุที่มีร่างกายอ่อนแอ ผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรังเพิ่งฟื้นไข้ หรือมีอาการบวมน้ำตามร่างกาย ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไต และตับ (ไม่ควรใช้เวลากัวซาเกิน 15 นาที หรืองดการกัวซา) และห้ามกัวซาในตำแหน่งเต้านมและสะดือ
 
          กัวซาจัดเป็นวิชาความรู้ที่มีประโยชน์ เป็นมรดกความรู้ที่ตกทอดมาอย่างยาวนาน ดังนั้น ผู้ใช้วิชากัวซาควรศึกษาและใส่ใจเรียนรู้หลักวิชากัวซาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ จึงจะสามารถใช้วิชานี้ได้อย่างไม่มีผลข้างเคียงอย่างแท้จริง และปลอดภัยสำหรับผู้ได้รับการกัวซา
         
          สำหรับผู้ที่ต้องการกัวซา ควรทำความเข้าใจกับวิชานี้อย่างเบื้องต้น เลือกใช้บริการที่น่าเชื่อถือ ผู้กัวซามีความรู้ ความสามารถ เพื่อป้องกันตนเองด้วยส่วนหนึ่ง

 
บทความสุขภาพ
- มาร่วมเรียนรู้วิธีกัวซาที่ถูกต้องกันเถอะ!
- ถุงใต้ตา รอยหมองคล้ำ ศัตรูของความงาม
- ครอบแก้วกับเหล่าดาราฮอลลีวูด (Hollywood)
- อยากสูง...แพทย์แผนจีนช่วยได้!
- กัวซากับความงาม (รูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ของสปาในประเทศจีน)
- ฝังเข็ม...ศาสตร์แห่งการรักษากว่า 4,000 ปี
- อย่ามองข้ามผมร่วง! มาร่วมรักษาด้วยหลักการแพทย์แผนจีน
- ประวัติวิชาการฝังเข็ม
- สุขภาพดี...สร้างได้
- วิธีครอบแก้วบำบัดสิว
ดูทั้งหมด


 
Engine by MAKEWEBEASY